Tuesday, 5 March 2024

มัดรวมทุกเรื่องเกี่ยวกับ iPhone 13 ให้คุณเอาไว้เป็นข้อมูลว่าจะรอหรือไม่รอดี

หากจะพูดถึงสมาร์ทโฟนเบอร์ต้นๆ ของวงการที่ต่อให้มีกระแสดราม่าอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ฐานแฟนก็ยังเหนียวแน่นและทำยอดขายได้อย่างน่าพอใจในทุกซีรีส์ที่เปิดตัวออกมาแต่ละปี ก็คงต้องมีชื่อของ iPhone รวมอยู่ในนั้น เพราะขนาด HUAWEI ที่ถือว่าแข็งแกร่งก็ยังก้าวผ่านปัญหาเรื่องการโดนแบนไปไม่ได้จนยอดขายร่วงลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ iPhone ยังคงแข็งแกร่งและยืนอยู่แถวหน้าได้อย่างมั่นคง ซึ่งรุ่นที่กำลังจะเปิดตัวออกมาก็คือ iPhone 13 หรือที่อาจใช้ชื่อ iPhone 12s เนื่องจากความเชื่อมเรื่องโชคราง แต่ไม่ว่าจะใช้ชื่อไหน วันนี้เราได้รวมรวมเอาข้อมูลทั้งหมดจากสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวกับ iPhone 13 มาสรุปให้คุณในบทความนี้ว่ามีข่าวสารและข้อมูลอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ตามกำหนดแล้ว iPhone 13 น่าจะใช้ดีเดย์การเผยโฉมออกมาสู่สายตาของสาวกในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับรุ่นพี่ที่ผ่านมาคือราวเดือนกันยายน – ตุลาคมที่จะถึงนี้ แต่ในส่วนของข้อมูลนั้นเรียกได้ว่ามีข่าวหลุดข่าวลือออกมตั้งแต่รุ่นที่แล้วเพิ่งเปิดตัวก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล้องถ่ายรูป ดีไซน์การออกแบบหน้าจอ โมเดลต่างๆ ที่จะออกมา รวมถึงเทคโนโลยีด้านการประมวลผลที่น่าจะได้ขุมพลังรุ่นใหม่แกะกล่องของค่ายมาประเดิมใช้งานด้วย ส่วนรายละเอียดต่างๆ เรานั้นมาไล่ดูกันทีละส่วนไปพร้อมๆ กันเลย


1.จำนวนรุ่นที่จะมีการเปิดตัวออกมา


ถึงวันนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนก็จะครอบกำหนดคลอดของ iPhone 13 ทำให้ข้อมูลเรื่องจำนวนรุ่นที่ทาง Apple จะผลิตออกมานั้นค่อนข้างจะชัดเจนแล้วว่า จะมาด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นย่อยเช่นเดิมโดยประกอบไปด้วยรุ่นหน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว, 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว และ 2 รุ่นท็อปจะเป็นระดับไฮเอนด์สเปคเทพ ส่วนอีก 2 รุ่นจะมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและสเปคที่ลดหลั่นกันลงไป ทั้งนี้จากเบาะแสของนักวิเคราะห์คนดังที่มีผลงานแม่นยำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple คือ Ming-Chi Kuo ระบุว่า ในปีนี้ iPhone 13 ทั้ง 4 รุ่นจะใช้ชื่อว่า iPhone 13, mini, iPhone 13, iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max


2.ดีไซน์ตัวเครื่องและหน้าจอแสดงผล


iPhone 13 ProMotion 120Hz

ในส่วนของดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องนั้นอาจจะไม่ได้เปลี่ยนไปชัดเจนแต่ตามข้อมูลก็ถือว่าหลายอย่างที่แฟนๆ ส่งเสียงไปกำลังจะได้รับการตอบรับใน iPhone 13 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ โดยจากเบาะแสของนักสืบในวงการและนักวิเคราะห์สำนักต่างๆ ทำให้เราพอที่จะทราบได้ว่ารุ่นนี้จะมากับเทคโนโลยีหน้าจอแบบ ProMotion พร้อมอัตราการรีเฟรช 120Hz เสียทีหลังจากที่ตามหลังคู่แข่งมาแล้วเจนเนอเรชั่นหนึ่ง เพราะค่ายอื่นนั้นใช้มานานแล้ว โดยเป็นหน้าจอที่สามารถปรับค่าอัตราการรีเฟรชได้หลายระดับตั้งแต่ 60Hz เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและยังช่วยประหยัดพลังงานไปในตัว ส่วนพาเนลหน้าจอนั้นจะเป็นแบบ LTPO ที่สูบพลังงานของแบตเตอรี่น้อยกว่าจอแบบ OLED ทั้งนี้สเปคบางอย่างอาจได้ใช่แค่ในรุ่นบนเท่านั้น


3.รอยบากเล็กลงและอาจได้เห็นสแกนนิ้วบนหน้าจอ


iPhone 13 Notch Smaller

สิ่งที่ได้รับการพูดถึงกันมาอย่างต่อเนื่องก็คือรอยบากบนหน้าจอที่ถึงจะใส่ไว้เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับการใช้งานกล้องถ่ายรูปและระบบการปลดล็อคเข้าใช้งานตัวเครื่องแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดูเกะกะตาพอสมควร แม้มีข่าวว่าในรุ่นที่แล้วขนาดรอยบากจะลดลงแต่ก็ฝันสลายกันไปเมื่อมีการเปิดตัวออกมา แต่ใน iPhone 13 น่าจะสมหวังกันซะที เพราะตามรายงานที่ออกมาเผยว่า Apple อาจจะทนกระแสไม่ไหวจนต้องยกเลิกการใช้ Face ID แล้วหันมาใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอที่สามารถสแกนได้ทุกพื้นที่ ทำให้รอยบากก็น่าจะเล็กลงแต่คงไม่ถึงกับตัดทิ้งไปเลย แม้จะมีบางกระแสระบุว่าเราอาจจะได้เห็นการกลับมาของ Touch ID แต่เรื่องนี้น่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างยากหากเทียบกับรูปแบบของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน


4.ขุมพลังตัวใหม่และการรองรับ 5G ที่สมบูรณ์ขึ้น


iPhone 13 CPU A15

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีการประมวลผลของชิปเซ็ตที่ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple นั้น เร็วแรงและทรงอนุภาพไม่แพ้ใคร ซึ่งใน iPhone 13 จะได้ขุมพลังรุ่นล่าสุดคือชิปเซ็ต Apple A15 ที่คาดว่าประสิทธิภาพของทั้ง CPU และ GPU นั้นจะสูงขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ รวมถึงความสามารถของ AI ด้วย โดยเป็นชิปเซ็ตที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีระดับ 5nm+ จากบริษัทชั้นนำคือ TSMC ที่เริ่มต้นกระบวนการผลิตไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพื่อให้ทันกับการใช้งาน สำหรับเรื่องการเชื่อมต่อนั้นแน่นอนว่าจะต้องรองรับ 5G และ Wi-Fi 6E ที่รวดเร็วและเสถียรมากขึ้น ผ่านโมเด็ม Snapdragon X60 และออกแบบเสารับสัญญาณใหม่อีกด้วย โดยจะรองรับทั้ง 5G แบบ mmWave และ sub-6GHzได้ในเวลาเดียวกัน


5.กล้องถ่ายรูป


สุดท้ายที่คงไม่พูดถึงไม่ได้นั่นก็คือเรื่องของกรถ่ายรูป แม้เสียงจะแตกว่าหากเทียบกับฝั่งของ Android แล้วยังเป็นรองอยู่บ้างแต่ในการใช้งานจริงของเจ้าของ iPhone ก็ยังยืนยันว่ากล้องถ่ายรูปของสมาร์ทโฟนยี่ห้อนี้ยังคงวางใจได้ทั้งคอนเทนต์ที่เป็นภาพนิ่งและตอนเทนต์วีดีโอ ซึ่งใน iPhone 13 ที่กำลังจะเปิดตัวออกมาตามข้อมูลจากสื่อต่างๆ ชี้ไปในทางเดียวกันว่าจะได้ใช้งาน Sensor-Shift ที่เป็นระบบกันสั่นที่ได้รับการยอมรับว่าทรงอานุภาพมากในรุ่นที่แล้ว นอกจากนี้ในรุ่น Pro ยังจะพ่วงตัว LiDAR 4.0 ที่พัฒนาขึ้นอีกขึ้นมาให้ได้ใช้งานกันด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะใส่กล้องหลักมาที่ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล และมีเลนส์เทเลโฟโต้ความละเอียด 40 ล้านพิกเซลมาช่วยเรื่องการซูม รวมถึงกล้องมุมกว้างที่จะมาเติมเต็มให้ทุกช็อตลงตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้วยังมีในส่วนของแบตเตอรี่ที่คาดว่าจะใช้งานได้ยาวนานขึ้นด้วยเทคโนโลยีการจัดการพลังงานล่าสุดของค่าย และสำหรับใครที่ลุ้นให้ Apple นำพอร์ต USB-C มาใช้ คงต้องผิดหวังค่อนข้างแน่นอนแล้วเพราะสายข่างวงในดูจะเชื่อเหลือเกินว่า iPhone 13 จะยังคงควงคู่มากับพอร์ต Lightning เช่นเดิม ได้เห็นข้อมูลกันไปแล้วลองดูว่าจะรอยลโฉมและซื้อสมาร์ทโฟนเรือธงฝั่ง iOS รุ่นนี้กันหรือไม่ครับ

error: Content is protected !!